สรุปข่าว

จากทีมที่จบอันดับ 5 ในแชมป์ผู้ผลิตปี 2025 Williams กลับต้องดิ้นรนอยู่ท้ายตารางในฤดูกาล 2026 ทั้งที่การเปลี่ยนกฎเทคนิคครั้งใหญ่เคยถูกมองเป็นโอกาสให้ทีมขยับเข้าใกล้กลุ่มหน้า

สำหรับ Albon ความแตกต่างชัดเจนเป็นพิเศษ นักขับหมายเลข 23 เก็บคะแนนครั้งแรกของปีจากอันดับ 10 ที่ Miami ก่อนจบอันดับ 8 ที่ Monaco และหลังจากนั้นไม่สามารถกลับเข้าสู่ Top 10 ได้อีกเลย

ปัญหาจึงไม่ได้เกิดจากการแข่งขันสนามเดียว แต่สะท้อนข้อจำกัดหลายด้านของ Williams ตลอดฤดูกาล

FW48 เริ่มต้นช้า และการพัฒนายังไม่เพียงพอ

Williams เริ่มโครงการ F1 2026 ด้วยความยากลำบาก หลังไม่สามารถเข้าร่วม Shakedown ที่ Barcelona ได้ตามแผน ทำให้ทีมสูญเสียโอกาสเก็บข้อมูลในช่วงสำคัญของรถภายใต้กฎใหม่

รถ FW48 ยังเผชิญปัญหาเรื่องน้ำหนักและประสิทธิภาพ ส่งผลให้ Williams ต้องพยายามลดข้อเสียเปรียบพร้อมพัฒนาชิ้นส่วนใหม่ระหว่างฤดูกาล

ทีมเปิดตัวชุดอัปเกรดที่ Azerbaijan GP เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ แต่ผลการแข่งขันหลังจากนั้นยังไม่แสดงให้เห็นว่า Williams สามารถกลับไปลุ้นคะแนนได้อย่างสม่ำเสมอ

Albon ต้องออกจากการแข่งขันที่ Baku และ Sepang ก่อนพบปัญหาอีกครั้งที่ Singapore ทำให้สาม Grand Prix ล่าสุดจบลงโดยไม่มีธงตาหมากรุกสำหรับนักขับไทย

F1 2026, SINGAPURA, MARINA BAY, CORRIDA, WILLIAMS, ALEX ALBON, ROSTO, RETRATO
Alexander Albon (Photo: Williams)

Singapore เผยปัญหาที่ความเร็วอย่างเดียวอธิบายไม่ได้

Singapore GP เป็นตัวอย่างชัดเจนของข้อจำกัด Williams หลัง Albon ออกสตาร์ตอันดับ 16 และขยับขึ้น P15 ในรอบแรก แต่ไม่สามารถรักษาตำแหน่งไว้ได้

ตลอดการแข่งขัน ทีมต้องขอให้เขาจัดการอุณหภูมิเบรกและเชื้อเพลิง เมื่อพยายามเข้าใกล้รถคันหน้า เบรกกลับมีอุณหภูมิสูงจนต้องลดความเร็ว ส่งผลให้ Albon ไม่สามารถโจมตีคู่แข่งได้อย่างเต็มที่

นักขับไทยอธิบายหลังการแข่งขันว่า

“เราต้องจัดการทั้งปัญหาเชื้อเพลิงและเบรกตลอดการแข่งขัน และทุกครั้งที่เราเข้าใกล้รถคันหน้า เบรกก็เริ่มร้อนเกินไป ทำให้ต้องผ่อนความเร็วลง”

Williams ตัดสินใจเรียกรถกลับเข้าพิตในช่วงท้ายเพื่อรักษาสภาพรถ หลัง Albon วิ่งไปแล้ว 59 รอบ และถูกจัดอันดับ P18 แม้ไม่สามารถเข้าเส้นชัยได้

ส่วน Carlos Sainz จบอันดับ 14 โดยหัวหน้าทีม James Vowles ยอมรับว่า Williams ไม่มีความเร็วเพียงพอจะต่อสู้เพื่อคะแนนใน Singapore และจำเป็นต้องประเมินว่าจะสามารถดึงประสิทธิภาพจากชุดอัปเกรดปัจจุบันได้มากกว่านี้หรือไม่

ปัญหาของ Williams ไม่ได้หมายความว่า Albon หมดความสามารถ

แม้ผลงานปี 2026 จะต่ำกว่าความคาดหวัง แต่การประเมิน Albon จากคะแนนสะสมเพียงอย่างเดียวอาจไม่สะท้อนภาพทั้งหมด

ที่ Singapore นักขับไทยต้องลดความเร็วเพื่อควบคุมอุณหภูมิรถหลายครั้ง ขณะที่สนาม Marina Bay ต้องการความมั่นใจในการเบรกและการรักษาสมดุลรถอย่างต่อเนื่อง ทำให้ข้อจำกัดของ FW48 ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันโดยตรง

อย่างไรก็ตาม Williams ยังต้องรับผิดชอบต่อผลการแข่งขันโดยรวม เพราะทีมมีนักขับมากประสบการณ์สองคน แต่เก็บคะแนนรวมได้เพียง 12 คะแนน และไม่สามารถใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนกฎปี 2026 ได้ตามเป้าหมาย

ผลงานของ Albon ที่ Singapore เริ่มต้นด้วยอันดับ 17 ใน FP1 ก่อน Williams เผชิญปัญหาต่อเนื่อง และสุดท้ายจบลงด้วยการออกจากการแข่งขันหลัก

Austin เป็นโอกาสเริ่มต้นใหม่หรือไม่?

Williams ยังมีเวลาประเมินปัญหาก่อนการแข่งขัน United States GP ที่ Austin ระหว่างวันที่ 23–25 ตุลาคม โดยสนาม Circuit of the Americas มีลักษณะแตกต่างจาก Marina Bay ทั้งทางตรงยาว โค้งความเร็วสูงและการเปลี่ยนทิศทางรถ

สำหรับ Albon เป้าหมายแรกไม่ใช่การกลับไปลุ้นโพเดียม แต่เป็นการทำให้ FW48 สามารถแข่งขันได้ตลอดระยะทางโดยไม่ต้องเสียความเร็วจากปัญหาทางเทคนิค

หาก Williams แก้ข้อจำกัดเรื่องอุณหภูมิและเพิ่มความสม่ำเสมอได้ ทีมอาจกลับมามีโอกาสต่อสู้เพื่อคะแนนในสนามที่เหมาะสมกว่า แต่หลัง 17 Grand Prix ผลการแข่งขันแสดงให้เห็นว่า การฟื้นตัวของ Williams ต้องอาศัยมากกว่าการอัปเกรดเพียงครั้งเดียว

สำหรับ Albon ช่วงท้ายฤดูกาล 2026 จึงเป็นทั้งโอกาสหยุดสถิติไร้คะแนนและบททดสอบสำคัญว่า Williams จะสามารถสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งขึ้นสำหรับปี 2027 ได้หรือไม่