ประเด็นสำคัญ
- ความทนทานคือเงื่อนไขสำคัญ: Ferrari ยังต้องรอผลทดสอบอายุการใช้งานของเทอร์โบชาร์จเจอร์ใหม่ให้ผ่านโดยไม่มีปัญหาความน่าเชื่อถือ จึงจะอนุมัติใช้ใน Monza
- ข้อจำกัดเรื่องเพดานงบประมาณ: ข้อบังคับด้าน Cost Cap และช่วงปิดโรงงานตามฤดูร้อน ทำให้ทีมใช้อุปกรณ์ทดสอบ (Dynamometer) ได้จำกัด ส่งผลให้กระบวนการล่าช้า
- สมรรถนะที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น: เครื่องยนต์รหัส 067/6 เวอร์ชันปรับปรุงคาดว่าจะเพิ่มกำลังได้ราว 15 แรงม้า โดยทำงานร่วมกับเชื้อเพลิงใหม่จาก Shell
- ลวดลายพิเศษฉลองตำนาน: รถแข่งที่ Monza จะใช้ลายพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีการเปิดตัวของ Michael Schumacher กับทีมในปี 1996
เครื่องยนต์อัปเกรดครั้งที่สองของ Ferrari ภายใต้กฎ ADUO (Additional Development and Upgrade Opportunities) พร้อมใช้งานแล้ว แต่ยังไม่แน่นอนว่าจะถูกนำมาใช้ในศึก Italian GP ในอีก 10 วันข้างหน้าหรือไม่ โดยคาดว่าจะมีการตัดสินใจภายในสุดสัปดาห์นี้
สาเหตุของความลังเลใจอยู่ที่การทดสอบความทนทาน การที่จะได้รับอนุมัติให้ใช้ขุมพลังเวอร์ชันอัปเกรดนั้น จำเป็นต้องผ่านการทดสอบที่ครอบคลุมอายุการใช้งานทั้งหมดของเทอร์โบชาร์จเจอร์ (ซึ่งเป็นชิ้นส่วนที่ถูกปรับเปลี่ยน) โดยต้องไม่พบปัญหาด้านความน่าเชื่อถือใดๆ ตามรายงานจาก Motorsport.com เวอร์ชันอิตาลี
เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณตามกฎ เพดานงบประมาณ (Cost Cap) ทำให้ Ferrari สามารถใช้แท่นทดสอบเครื่องยนต์ (Dynamometer) ได้เพียง 2 ถึง 3 เครื่องเท่านั้น ซึ่งน้อยกว่าศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานจริงที่มีอยู่ นี่จึงเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ล่าช้า รวมถึงช่วงเวลาบังคับปิดโรงงานตามกฎพักฤดูร้อน (Summer Break)
ยิ่งไปกว่านั้น การทดสอบจะต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ทุกครั้งที่เกิดปัญหาความน่าเชื่อถือหรือเมื่อมีการปรับเปลี่ยนใดๆ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ละเอียดถี่ถ้วนและประนีประนอมไม่ได้ ดังนั้น แม้ว่าจะเตรียมเทอร์โบชาร์จเจอร์ใหม่ไว้เรียบร้อยแล้ว ทีมยังต้องรอผลการทดสอบให้เสร็จสิ้นก่อนจะนำมาติดตั้งในรถแข่งที่ Monza
สำหรับศึกที่ Monza จะเป็นเรซพิเศษด้วยลายรถแข่งใหม่เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีการเปิดตัวของ Michael Schumacher กับทีม โดยคาดว่าจะมีรูปลักษณ์คล้ายกับรถแข่งปี 1996
ตามการประเมินของ Ferrari เครื่องยนต์ใหม่นี้จะเพิ่มกำลังขับเคลื่อนขึ้นราว 15 แรงม้า (hp) พร้อมปรับแต่งโค้งกำลัง (Power Curve) ใหม่ นอกจากเทอร์โบแบรนด์ Garrett แล้ว ทีมงานชาวอิตาเลียนยังได้ปรับเปลี่ยนห้องเผาไหม้เพื่อดึงประสิทธิภาพสูงสุดจากเชื้อเพลิงใหม่ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Shell โดยตั้งเป้ายกระดับสมรรถนะผ่านการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์รหัส 067/6 ตัวใหม่ และเชื้อเพลิงให้พลังงานสูง
แม้ว่าสนาม Monza จะไม่ได้เข้าทางรถของ Ferrari มากนัก และดูจะเหมาะกับรถของ Mercedesมากกว่า แต่สิ่งสำคัญคือ Andrea Kimi Antonelli ได้ประกาศแล้วว่าจะเปลี่ยนชิ้นส่วนเครื่องยนต์ใหม่ทั้งหมด ซึ่งจะเกินโควตาที่กำหนดและส่งผลให้ต้องไปเริ่มต้นออกตัวจากท้ายกริด
Ferrari ระบุว่า อัปเกรดพื้นรถและดิฟฟิวเซอร์ที่นำมาใช้ในศึก Dutch GP จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเมื่อจับคู่กับเครื่องยนต์เวอร์ชันปรับปรุงนี้ โดยทีมประเมินว่าผลงานที่ Zandvoort (โดยเฉพาะในรอบคัดเลือก) ควรจะทำได้ดีกว่านี้ แต่ปัญหาการบริหารจัดการพลังงานส่งผลเสียอย่างหนักจนทำให้คู่นักขับต้องร่วงไปอยู่นาวแถวที่สาม
ศึก Formula 1 จะกลับมาระเบิดความเร็วอีกครั้งในวันที่ 4-6 กันยายน ณ สนาม Monza ในรายการ Italian GP ซึ่งเป็นสนามที่ 13 ของฤดูกาล 2026
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ทำไม Ferrari ถึงยังไม่ยืนยันการใช้เครื่องยนต์ใหม่ในศึก Italian GP 2026? A: เนื่องจากเครื่องยนต์ใหม่ โดยเฉพาะชิ้นส่วนเทอร์โบชาร์จเจอร์ ยังต้องรอผลการทดสอบความทนทานครอบคลุมตลอดอายุการใช้งานบนแท่นทดสอบ (Dynamometer) ให้เสร็จสิ้นโดยไม่มีปัญหาความน่าเชื่อถือเกิดขึ้น
Q: กฎ Cost Cap มีผลอย่างไรต่อความล่าช้าในการเปิดตัวเครื่องยนต์ใหม่? A: ข้อจำกัดด้านงบประมาณทำให้ Ferrari สามารถเปิดใช้งานแท่นทดสอบได้เพียง 2-3 เครื่องเท่านั้น ซึ่งน้อยกว่าศักยภาพจริงของโรงงาน ประกอบกับช่วงเวลาบังคับปิดโรงงานตามฤดูร้อน (Summer Break) จึงทำให้กระบวนการทดสอบใช้เวลานานขึ้น
Q: เครื่องยนต์ใหม่ของ Ferrari มีการปรับปรุงในจุดใดบ้างและเพิ่มกำลังได้เท่าไร? A: เครื่องยนต์รหัส 067/6 ได้รับการเปลี่ยนเทอร์โบชาร์จเจอร์เป็นของ Garrett และปรับปรุงห้องเผาไหม้เพื่อใช้งานร่วมกับเชื้อเพลิงพลังงานสูงชนิดใหม่จาก Shell ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มกำลังได้ราว 15 แรงม้า (hp)
Q: ลวดลายพิเศษของรถ Ferrari ในสนาม Monza มีที่มาจากอะไร? A: เป็นการแต่งลวดลายพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีการเปิดตัวของ Michael Schumacher กับทีม Ferrari โดยคาดว่าจะใช้โทนสีและดีไซน์ที่อ้างอิงจากรถแข่งปี 1996